ข้อมูลทัวร์ของประเทศอินเดีย

ข้อมูลทัวร์ของประเทศอินเดีย

 

ข้อมูลทัวร์ไปของประเทศอินเดีย

ประเทศอินเดีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย  ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดีย มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ ด้านเศรษฐกิจ อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก ทั้งนี้ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทางตะวันออกติดพม่า ทางตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดศรีลังกา มีบังกลาเทศล้อมรอบทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก และด้วยพื้นที่ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร อินเดียจึงเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ของโลก

เมืองหลวง นิวเดลี

 

เชื่้อชาติ
ประชากรอินเดียมีประมาณ 1,000 ล้านคน โดยมีเชื้อชาติ อินโด-อารยัน ร้อยละ 72 ดราวิเดียน ร้อยละ 25 มองโกลอยด์ ร้อยละ 2 และอื่น ๆ ร้อยละ 1 อัตราการเพิ่มของประชากร ร้อยละ 1.8 พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) และอัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 52.1

 

ภาษา
อินเดียมีประชากรกว่า 1,100 ล้านคน ประชากรเหล่านี้มีความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม มีภาษาหลักใช้พูดถึง 16 ภาษา เช่น ภาษาฮินดี ภาษาอังกฤษ ภาษาเบงกาลี ภาษาอูรดู ฯลฯ และมีภาษาถิ่นมากกว่า 100 ภาษา ภาษาฮินดี ถือว่าเป็นภาษาประจำชาติ เพราะคนอินเดียกว่าร้อยละ 30 ใช้ภาษานี้ คนอินเดียที่อาศัยอยู่รัฐทางตอนเหนือและรัฐทางตอนใต้นอกจากจะใช้ภาษาที่แตกต่างกันแล้ว การแต่งกาย การรับประทานอาหารก็แตกต่างกันออกไปด้วย

 

ศาสนา
เนื่องจากประเทศอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดพระศาสนาที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ศาสนาพราหมณ์ และ พระพุทธศาสนา ชาวอินเดียจึงถือว่าครอบครัวเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญที่สุด ระบบครอบครัวของอินเดียเป็นระบบครอบครัวร่วม หรือครอบครัวขนาดใหญ่ สมาชิกในครอบครัวประกอบด้วย ปู่ ย่า พ่อ แม่ ลูก หลาน และ เหลน อยู่ร่วมกันภายในครอบครัวเดียว ผู้อาวุโสที่สุดของฝ่ายชายจะเป็นหัวหน้าครอบครัว แม้สังคมของอินเดียยังคงมีความนับถือเรื่องวรรณะอยู่ แต่ก็ปรากฏไม่มากเท่าอดีต การดำเนินชีวิตของชาวอินเดียจะยึดถือศาสนาเป็นสิ่งสำคัญ กว่าร้อยละ 79 ของประชากรนับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 15 นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือร้อยละ 2.5 นับถือศาสนาคริสต์ นอกนั้นนับถือศาสนาพุทธส่วนมากอยู่ลาดัก หิมาจัล สิกขิม อัสสัม เบงกอลตะวันตก และโอริสสา ศาสนาซิกข์ในรัฐปัญจาบ และศาสนาเชนในรัฐคุชรัต และอื่น ๆ รวมทั้งพวกนักบวชที่นับถือนิกายต่าง ๆ อีกมากมาย มีประมาณ 400 ศาสนาทั่วอินเดีย

 

สภาพภูมิอากาศที่อินเดีย
ประเทศอินเดียมี 3 ฤดูกาล ได้แก่

ฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 28 องศาเซลเซียส
ฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคมอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10-17 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ - 3 องศาเซลเซียส เฉพาะบางเมืองเท่านั้น

 

ระเบียบการเข้าเมือง

การเข้าเมือง

· ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการจะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา หากพำนักอยู่ในประเทศอินเดียไม่เกิน 90 วัน หนังสือเดินทางปกติจำเป็นต้องทำการขอตรวจลงตราผ่านสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ดังนี้

- Tourist Visa สำหรับนักท่องเที่ยว ปกติจะมีอายุ 6 เดือน สามารถใช้เดินทางเข้าประเทศอินเดียได้ 2 ครั้ง ค่าธรรมเนียม 1,700 บาท

- Business Visa สำหรับนักธุรกิจ มีอายุตามระยะเวลาที่ระบุในสัญญาธุรกิจ ค่าธรรมเนียม 8,200 บาท

- Student Visa สำหรับนักเรียน-นักศึกษา มีอายุตามระยะเวลาของหลักสูตรการศึกษา สามารถใช้เดินทางเข้าประเทศอินเดียได้ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง ค่าธรรมเนียม 3,100 บาท

- Employment Visa สำหรับลูกจ้างหรือพนักงานบริษัท มีอายุ 6 เดือนหรือ 1 ปี ค่าธรรมเนียม 6,600 บาทสำหรับอายุ 6 เดือน และ 8,200 บาทสำหรับอายุ 1 ปี

· สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารและวิธีการขอตรวจลงตรา สามารถดูได้จาก www.ivac-th.com/index.html

· ผู้ที่จะพำนักในประเทศอินเดียเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ต้องไปรายงานตัวภายใน 14 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Foreigners Regional Registration Office: FRRO) ซึ่งมีอยู่ประจำเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศอินเดีย เพื่อดำเนินการขอใบอนุญาตพำนักในประเทศอินเดีย ซึ่งต้องต่ออายุทุกปี และควรยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประมาณ 15 วันก่อนวันหมดอายุ

· ไม่ควรพำนักอาศัยในอินเดียเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตรวจลงตรา เพราะจะโดนปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง และมีขั้นตอนการดำเนินการยุ่งยาก

 

สกุลเงิน

· สกุลเงิน คือ รูปีอินเดีย (Rupee – INR) หน่วยย่อยของรูปีเรียกไปซา (Paisa) ซึ่งเท่ากับ 1 ใน 100 ส่วนของรูปี อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 60.35 รูปี หรือ 1 รูปีเท่ากับ 0.52 บาท (ณ 27 มิถุนายน 2556)

· สามารถแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินรูปีได้ตามธนาคารและร้านค้าที่รับแลกเงินที่มีอยู่ทั่วไป ที่นิยมคือดอลลาร์สหรัฐและยูโร บริการแลกเปลี่ยนเงินตราภายในสนามบินมักรับแลกเงินบาทด้วย

· สามารถนำเงินสดสกุลต่างประเทศเข้าอินเดียได้ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า โดยไม่ต้องสำแดงต่อศุลกากร

· บัตรเครดิตที่ใช้ได้ทั่วไป คือ วีซ่า (VISA) อเมริกันเอ็กซเพรส (AMERICAN EXPRESS) และมาสเตอร์การ์ด (MasterCard)

· ชาวต่างประเทศอาจเปิดบัญชีกับธนาคารต่างประเทศได้ และผู้เปิดบัญชีควรถือเงินสดหรือ Traveller's Cheque แต่การเบิกถอนเงินสดจากบัญชีเงินตราต่างประเทศมีกฎระเบียบที่ค่อนข้างยุ่งยาก การเปิดบัญชีเงินสกุลท้องถิ่นกับธนาคารสามารถถอนเงินสดและรับเงินโอนจากบัญชีเงินตราต่างประเทศได้สะดวก ธนาคารที่สำคัญของภาครัฐ คือ State Bank of India และธนาคารอื่นๆ ในเครือ เช่น State Bank of Hyderabad และ State Bank of Mysore

 

ข้อพึงระวัง

· เมื่อเดินทางในอินเดีย ไม่ควรใส่เครื่องประดับที่มีค่าหรือแต่งตัวดึงดูดความสนใจ โดยในบริเวณที่ผู้คนแออัด เช่น สถานีรถไฟหรือสถานีขนส่ง เพราะอาจเป็นเป้าของการโจรกรรมและอาชญากรรมได้ง่าย

· การซื้อของควรนับเงินทอนให้ถูกต้องต่อหน้าผู้ขาย การใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตก็ควรให้ผู้ขายรูดบัตรต่อหน้า ควรหลีกเลี่ยงการซื้อของที่จำหน่ายใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะจากพ่อค้าหาบเร่ และไม่ควรรับธนบัตรที่ขาดหรือเปื่อยยุ่ย เพราะจะนำไปชำระต่อไม่ได้

· ควรบริโภคอาหารและน้ำที่สะอาดเท่านั้น ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โรคที่ควรระวังคือ โรคท้องเสีย โรคมาลาเรีย โรคตับอักเสบ (Hepatitis) ทุกประเภท โรคไข้เลือดออก โรคเอดส์ และโรคอื่นๆ ที่ติดต่อทางอาหาร น้ำดื่ม โลหิต และสารคัดหลั่ง

· ยาที่ควรนำติดตัวไป ได้แก่ ยาแก้ไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยาป้องกันไข้มาลาเรีย ยาแก้แพ้แมลงกัดต่อย ยารักษาโรคเฉาพะบุคคล ซึ่งการนำยาติดตัวควรมีใบสั่งยาของแพทย์กำกับเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วย สำหรับยาสามัญประจำบ้านมีจำหน่ายอยู่ทั่วไป แต่ก็ควรเลือกซื้อเฉพาะจากร้านที่น่าเชื่อถือ

· สถานที่ราชการของอินเดียโดยทั่วไปเปิดทำการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เริ่ม 10.00 - 17.00 น. และเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00 - 14.00 น. บางแห่งยังเปิดให้บริการครึ่งวันในช่วงเช้าของวันเสาร์ เว้นวันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือน โดยการติดต่อราชการกับอินเดียนั้น ผู้ติดต่อต้องเผื่อเวลาไว้ให้มาก และต้องเตรียมเอกสารและสำเนาให้พร้อม อินเดียยังมีวันหยุดราชการต่อเนื่องในวันสำคัญทางศาสนามาก ข้าราชการอินเดียให้ความสำคัญในอำนาจหน้าที่ของตนเองสูง และมักมีอำนาจในการใช้ดุลยพินิจอย่างกว้างขวาง ผู้ติดต่อต้องติดตามเรื่องทุกระยะและต้องรับผิดชอบเรื่องของตนเอง หากล่าช้าผิดปกติต้องรีบติดต่อขอพบเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อกับบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่แต่อาสาช่วยเหลือ เพราะอาจถูกหลอกได้ง่าย

· เก็บรักษาหนังสือเดินทางอย่าให้สูญหาย โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปยังบริเวณที่มีผู้คนแออัดและบนรถไฟ ซึ่งอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพปะปนอยู่ หากหนังสือเดินทางสูญหายจะมีขั้นตอนยุ่งยากในการเดินทางออกจากอินเดีย ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวัน ทั้งนี้ ควรพกสำเนาหนังสือเดินทางและสำเนาบัตรประชาชนไว้อย่างละ 1 ชุด และรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด 1.5 นิ้วจำนวน 2 รูป ติดตัวไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่หรือขอเอกสารแทนหนังสือเดินทางในกรณีที่หนังสือเดินทางหาย โดยต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจของอินเดียก่อน แล้วจึงติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ 
  อย่างไรก็ดี ขอให้ผู้่ที่จะเดินทางไปยังประเทศอินเดียตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพื่อป้องกันเหตุอันไม่พึงประสงค์ เนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนเกิดขึ้นได้ 

 

ระบบไฟฟ้า

ประเทศอินเดียใช้ระบบไฟฟ้าแบบเดียวกับประเทศไทย สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ที่อินเดีย แต่อาจจะต้องเปลี่ยนปลั๊กไฟเป็นแบบขากลม

Last Update 31-05-2014 |  Read 8568 times | 

แชร์ไปยังเฟซบุ๊ก

Related News