รีวิวเที่ยว กับทัวร์ Thaifly (Review Trip) : สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งความฝัน

สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งความฝัน

ฮัลโหลๆ...!! เมื่อพูดถึงดินแดนแห่งความฝันของทุกๆคน จะมีที่ไหนกันบ้างเอ่ย อาจจะมีทั้ง ล่องเรือในแม่น้ำเซนที่ฝรั่งเศส  ชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่เยอรมนี ชมเมืองเมืองโอ๊คแลนด์ที่นิวซีแลนด์ ดิสนีย์แลนด์ ผจญภัยกับอลิซที่วันเดอร์แลนด์ ไปที่เนเวอร์แลนด์กับปีเตอร์แพน เอ๊ะ! หลังๆเริ่มไม่เกี่ยวละ 555 แต่ก็อย่างกล่าวข้างต้นนะคะว่าทุกๆสถานที่ได้กล่าวมานั้น ก็ต่างเป็นดินแดนในฝันของใครหลายๆคน ที่ควรจะไปเยือนกันสักครั้ง 

โดยในวันนี้ Thaifly จะนำทุกท่านไปรู้จักกับดินแดนแห่งความฝันอีก 1 ที่ค่ะ นั่นคือ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นั่นเอง!!! ประเทศแห่งนี้เป็นประเทศที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมต่ำมากค่ะ จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกที่จะมาท่องเที่ยวกัน อีกทั้งเพราะสวิตเซอร์แลนด์นั้น เป็นประเทศเล็ก สามารถไปเที่ยวสถานที่ต่างๆได้ง่าย ใช้ระยะเดินทางสั้นอีกด้วยค่ะ และเมื่อพูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ หลายๆท่านอาจจะเคยได้ดูละครเรื่องดังของบ้านเราอย่างเรื่อง อย่าลืมฉัน กันแล้วใช่มั้ยล่ะ เป็นยังไงบ้างคะ เพราะสถานที่ที่ละครเรื่องนี้ถ่ายทำอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย แต่ละที่สวยสมกับที่เค้าเรียกกันว่าดินแดนแห่งความฝันเลยใช่มั้ยล่ะคะ!!? แอร๊ย คุณเขมชาติคะ พี่เอื้อคะ รอสุริยาวดีหน่อยนะคะ วดีกำลังจะไปหาแล้วค่ะ >< 555  ตายละๆ เปลี่ยนเรื่องกันเถอะค่ะ ก่อนที่เลือดจะหมดตัว 555 เอาล่ะงั้นเรารู้จักกับสถานที่ที่ท่องเที่ยวพร้อมกับชมความงามในสวิตเซอร์แลนด์กันค่ะ...


ที่แรกทุกคนต้องคุ้นๆชื่อกัน แน่เลย เพราะในละครพูดกันบ่อยๆ นั่นก็คือ ยอดเขาจุงฟราว (The Jungfrau Region)
ยอดเขาสีขาวประกอบไปด้วยสามเทือกเขา Jungfrau, Monch และ Eiger ยอดเขาจุงเฟราเป็นยอดเขาที่สูงที่สูงของยุโรป มีความสูง 4,158 เมตรเลยทีเดียวค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความงามและเป็นที่นิยมของนักสกีมาเล่นกีฬาที่ท้าทายที่นี่อีกด้วยค่ะ ส่วนในเรื่องของการขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟราสามารถทำได้โดยใช้รถไฟสายกลาเซียร์ เอ๊กซ์เพรส(Glacier Express) รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก วิ่งผ่านภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ ผ่านอุโมงค์และสะพาน ตลอดเส้นทางปกคลุมด้วยหิมะ เริ่มต้นได้จากสองสถานีคือ Grindelwald หรือ Lauterbrunnen ผ่านสถานี Kleine Scheidegg และ Eigergletscher ก่อนจะขึ้นสู่สองสถานีที่เหลือโดยจะหยุดแวะพักเพียงสถานีละประมาณ 5 นาทีเท่านั้น คือสถานี Eigerwand (ฝั่งด้านเหนือของ  ยอดเขา Eiger) และ Eismeer (ทางทิศใต้) ณ จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx จุดที่น่าสนใจอีกแห่งคือธารน้ำแข็งที่อยู่ลึก 30 เมตรจากพื้นผิว ซึ่งได้รับการแกะสลักให้สวยงาม


จากนั้นมาสัมผัสกับธรรมชาติที่ Swiss National Park หรือที่เราเรียกกันว่า สวนธรรมชาติสวิส นั่นเอง 
ที่นี่มีพื้นที่กว้างกว่า 169 ตารางกม.เลยค่ะ เต็มไปด้วยภูเขา และป่าโปร่ง อากาศรวมถึงบรรยากาศดีมากๆเลยค่ะ และที่นี่ก็มีสัตว์ป่าหลายชนิดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น กวางแดง (large red deer), เลียงผา (chamois), แพะเขายาว (ibexes) , กระรอกยักษ์ (marmots)


ต่อมาค่ะ Lake Zurich หรือ ทะเลสาบซูริค 
เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่เมืองซูริคเรื่อยไปจนถึงแคนตอนซังต์กัลเลน ที่ทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางนิยมจัด Day trip เพื่อนั่งเรืออกจากตัวเมืองซูริคไปยังเมืองและหมู่บ้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่รอบๆ ทะเลสาบค่ะ นอกจากนี้ ทุกท่านยังสามารถเดินเล่นชมวิว อาบแดด ตกปลา หรือว่าจะปิกนิคก็ได้นะคะ


The Rhine Falls น้ำตกไรน์ฟาลล์ 
ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Schaffhausen ซึ่ง The Rhine Fall หรือ น้ำตกรายน์ นั้นเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป และเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งมาก แห่งหนึ่งของโลก ใกล้ๆกับตัวน้ำตกนั้นมีปราสาทยุคกลาง ก็คือ ปราสาทSchloss Laufen ซึ่งภายในได้มีการปรับปรุง และมีร้านอาหาร ที่พัก และร้านค้าต่างๆเอาไว้บริการนักท่องเที่ยว ในวันชาติของสวิตเซอร์แลนด์ (1 สิงหาคม) ที่น้ำตกไรน์ฟาลล์แห่งนี้จะมีการแสดงพลุ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมากทุกๆปีค่ะ


เอาล่ะ งั้นมาดูกันที่เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์กันบ้างค่ะ เมืองเบิร์น (Bern)
เมืองเบิร์น เป็นเมืองโบราณเก่าแก่และโรแมนติก จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก จากUNESCO เพราะการรักษาผังเมืองให้คงเดิมค่ะ เมืองนี้มีอายุกว่า 800 ปีแล้วด้วยค่ะ มี แม่น้ำ Aare ล้อมรอบตัวเมืองเปรียบเสมือนป้อมปราการ เป็นธรรมชาติที่ลงตัวมากๆค่ะ อีกทั้งที่นี่ยังมี บ่อเลี้ยงหมีแห่งเบิร์น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองและยังเป็นโลโก้ประจำเมืองอีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมี 
-
หอนาฬิกาไซท์กล่อกเคนทัม (Zytgloggeturm) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง

-โบสถ์มุนสเตอร์ เซนต์ วินเซ็นซ์ (Munster St. Vinzenz) ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วยค่ะ


มาต่อกันที่ เมืองลูเซิร์น (Luzern) เลยค่ะ
ลูเซิร์น เมืองตากอากาศที่โด่งดังของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนค่ะ คือ ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นกันอยู่

ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น 
-
สะพานไม้ลูเซิร์น ชาเปล บริดจ์ (Chapel Bridge) ซึ่งเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลกและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ค่ะ 
-หอคอยแปดเหลี่ยม (Water Tower)

-อนุสาวรีย์ภูเขาสิงโต (Mountain Lion) หินสลักรูปสิงโตแสนเศร้า สร้างไว้เพื่อร่วมรำลึกถึง และร่วมไว้อาลัยให้กับทหารชาวสวิต ที่เสียชีวิตระหว่างการร่วมรบในสงครามปฏิวัติที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1792

-พิพิธภัณฑ์การขนส่งและคมนาคม (Museum of Transport and Communication) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์การชนส่งและคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปค่ะ
-
ภูเขาติลติส (Titlis) และ พิลาตุส (Pilatus) ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความชันที่สุดในโลก ให้ได้เที่ยวชมกันอีกด้วยค่ะ 

ที่สำคัญเมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ นาฬิกาโรเล็กซ์ ขายดีที่สุด และที่รองลงมาคือ มีดพก (Swiss Army Knives) ค่ะ ไปหาซื้อกันได้นะ..


เมืองโลซานน์ (Lausanne)
เมืองที่มีความเป็นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 โลซานน์เป็นเมืองที่สงบและงดงามมากอยู่ติดกับทะเลสาบเจนีวา มีท่าเรือข้ามไปสู่ประเทศฝรั่งเศสได้ เมื่อมาที่นี่ไม่ควรพลาดชม พิพิธภัณฑ์โอลิมปิค (Olympic Museum) ที่จัดแสดงความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิคและเป็นสำนักงานโอลิมปิคสากลอีกด้วย เดินชมบรรยากาศเมืองเก่าที่ดึงดูดกวีหลายๆ คนให้เยือนและกล่าวถึง เช่น วอลแตร์ (Voltaire) ชาร์ลส ดิกเก้นส์ (Charles Dickens) ที เอส อีเลียต (T.S. Elliot) คนไทยเรารู้จักเพราะเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่าและในหลวงเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ค่ะ

 


เมืองเจนีวา (Geneva)
เป็นเมืองต้นกำเนิดของ www (World Wide Web) ได้รับฉายาว่า เป็นเมืองนานาชาติ เพราะเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติใหญ่ๆ เช่น องค์กรสันนิบาตชาติ กาชาดสากล สำนักงานใหญ่สหประชาชาติประจำทวีปยุโรป องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การการค้าโลก (WTO) ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการทำนาฬิกา

และมีแหล่งท่องเที่ยวที่ควรไปหลายที่ เช่น 

-นาฬิกาดอกไม้สัญลักษณ์แห่งเจนีวา
-ทะเลสาบเจนีวาหรือทะเลสาบเลม็อง (Lake Geneva)
-น้ำพุเจ็ทเดเอา (Jet d’ Eau) เป็นน้ำพุที่สูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ว้าว!! ต้องไปให้ได้นะคะ
-
วิหารเซนต์ปิแอร์ (St. Peter's Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ของเมือง  
-
พิพิธภัณฑ์เอเรียน่า (The Ariana Museum) ที่จัดแสดงเครื่องแก้วและเซรามิกตั้งแต่สมัยโบราณกว่า 20,000 ชิ้นเลยค่ะ

นาฬิกาดอกไม้

ทะเลสาบเจนีวา ทะเลสาบเจนีวา
น้ำพุเจ็ทเดเอา วิหารเซนต์ปิแอร์ พิพิธภัณฑ์เอเรียน่า

 


เขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn)
เขาแมทเทอร์ฮอร์น เมืองเซอร์มัท (Zermatt) เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงมากในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี สูงถึง 4,478 เมตร ที่มีชื่อว่าฮอร์น (เขา) เกิดจากลักษณะมีรูปทรงยอดเขาเป็นทรงปิรามิดโค้งลงเล็กน้อย เป็นภูเขาที่ได้ชื่อว่ามียอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุด ถ้าสังเกตุกันดีๆ เราจะคุ้นๆกันเพราะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่เรามักพบเห็นจากกล่องช็อกโกแลตค่ะ อีกทั้งยังเป็นภูเขาที่เชื้อเชิญให้นักพิชิตยอดเขามาท้าทายความสามารถและเล่นสกีกันที่นี่กันอย่างไม่ขาดสายเลยค่ะ


เมืองบาเซิล (Basel)
เมืองเก่าสไตล์ยุโรปโบราณริมฝั่งแม่น้ำไรน์ (The Rhine River)

เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์และแกลอรี่เยอะมาก เช่น 
-
เบเยลเลอร์ แกลอรี่ (Fondation Beyeler) เป็นที่รวบรวมภาพเขียนของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น แวนโก๊ะห์ (Van Gogh) และปิกาสโซ่ (Picasso) เป็นต้น 
-
คันสเทล บาเซิล (Kunsthalle Basel) จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1872 
-
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Basel Historical Museum) ตั้งอยู่ในโบสถ์เก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ 
-
คันสท์ มิวเซียม (Kunstmuseum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะสวยๆ ทั้งแนวย้อนยุคและแบบร่วมสมัย และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมาย 
นอกจากนี้บาเซิลก็ยังมีสวนสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก
ซู บาเซิล (Basel Zoological Garden-Zoo Basel) ตั้งอยู่อีกด้วยค่ะ


ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle)
เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทาง ปราสาทสไตล์โกธิคของตระกูลซาวอย ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา ด้านหน้าปราสาทที่ติดถนนเป็นป้อมปราการมีหอคอย 3 ยอดห่างออกมาจากฝั่งเชื่อว่าเป็นที่พักของท่านเคานต์แห่งซาวอย ส่วนอีกด้านหันหน้าเข้าหาทะเลสาบ ซึ่งเงียบสงบร่มเย็นคาดว่าน่าจะเป็นที่ประทับของเจ้าชาย และฝั่งด้านติดทะเลสาบนั้นยากแก่การลอบเข้าโจมตีของศัตรู มีกวีหลายคนได้เยี่ยมเยียนปราสาทชิลยองแห่งนี้ แล้วนำไปแต่งเป็นเรื่องราวและบทกวีต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่องของคุกที่เคยขังฟรังซัวส์ โบนิวาร์ด ที่เป็นนักบวชและนักการเมือง โดยเขาเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้ให้เจนีวาเป็นอิสระจากซาวอย เขาจึงถูกจับล่ามโซ่ตรึงเข้ากับเสาต้นที่ 5 ในคุกใต้ดิน และโชคดีที่กองทัพสวิสจากเบิร์นเข้ามายึดอำนาจได้สำเร็จ ทำให้โบนิวาร์ดเป็นอิสระ และกลับไปใช้ชีวิตที่เหลือที่เจนีวา ปราสาทแห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเที่ยวชมกันค่ะ

เป็นยังไงกับบ้างคะกับดินแดนแห่งความฝันที่สวิสของเรา จินตนาการความสวยงามกันใหญ่เลยล่ะสื๊!! แต่ถ้าให้ดีนะคะ ควรไปสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ เพราะว่าสวิสเป็นประเทศที่สวยงามมากจริงๆ โดยทาง Thaifly พร้อมให้คำปรึกษาและสามารถจัดการเรื่องการเดินทางให้ทุกท่านได้ค่ะ ไม่ว่าจะในเรื่องของการเดินทาง ที่พัก เดินทางไปกับเรารับรองเลยค่ะว่า คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน เราเต็มใจและยินดีบริการด้วยความประทับใจค่ะ 

 


 

Link Reference :
http://goo.gl/SGervh
http://goo.gl/TTFr9w
http://travel.kapook.com/view39748.html
http://goo.gl/r8qzhX

Last Update 25-02-2015 |  Read 9530 times | 

แชร์ไปยังเฟซบุ๊ก

ระวัง!! กลุ่มมิจฉาชีพขายทัวร์ และบริการอื่นๆ
โดยแอบอ้างใช้ชื่อบริษัท ไทยฟลาย ทราเวล จำกัด กรุณาชำระค่าบริการผ่านธนาคารชื่อบัญชี
"บริษัท ไทยฟลาย ทราเวล จำกัด" เท่านั้น
ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้ลูกค้าชำระเงินผ่านบัญชีในนามบุคคล
ชำระเงินแล้วกรุณาขอใบเสร็จด้วยทุกครั้ง เพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเอง