รีวิวเที่ยว กับทัวร์ Thaifly (Review Trip) : เยือนชมพูทวีป"เมืองชัยปุระ"สัมผัสตำนานรักอันยิ่งใหญ่"ทัชมาฮาล"

เมื่อเราจะเดินทางไปเที่ยวยังประเทศอินเดีย แน่นอนเลยล่ะค่ะ ว่านอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องเป็นเส้นทางการแสดงบุญของผู้คนที่หลั่งไหลมาอย่างมากมาย เพราะอินเดียมีเมืองที่เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาลค่ะ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีสถานที่ที่าคัญและสวยงามมากมาย รวมไปถึงกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแต่ละสถานที่ที่เป็นที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ

โดยวันนี้ทาง Thaifly ก็จะมาพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศอินเดียกันค่ะ มาดูกันเลยค่ะว่ามีที่ไหนบ้าง....

ที่แรกนี่ Thaifly มั่นใจเลยค่ะว่าทุกๆคนต้องรู้จักดีเลย เพราะสถานที่แห่งนี้ติด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยค่ะ นั่นก็คิอ "ทัชมาฮาล" ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในนครแห่งความรัก อีกทั้งครั่งหนึ่งยังเคยเป็นเมืองหลวงที่สำคัญของประเทศอินเดียอีกด้วยค่ะ ซึ่งก็คือ เมืองอัครา ค่ะ

ทัชมาฮาล หรือ ตาชมะฮัล (Taj Mahal) อย่างที่ทุกคนทราบดีเลยค่ะว่าเป็นสุสานหินอ่อนที่มีสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก  ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์อินเดียผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ เจ้าชายขุร์รัม ชึ่งต่อมาคือ "จักรพรรดิชาห์ ชหาน" พระราชสมภพในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) พระบิดา คือ จักรพรรดิ ชาห์ ชหานชีร์ จักรพรรดิองค์ที่สี่แห่งราชวงศ์โมกุล แห่งอินเดีย โดยตามตำนานกล่าวว่า เจ้าชายขุร์รัม ได้พบกับ อรชุมันท์ พานุ เพคุม ธิดาของรัฐมนตรี เมื่อพระองค์ มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ทรงหลงใหลและหลงรักนางมาก เจ้าชายขุร์รัมจึงซื้อเพชรด้วยเงิน 10,000 รูปีและบอกแก่พระบิดาของพระองค์ว่าพระองค์มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับบุตร สาวของรัฐมนตรี พิธีอภิเษกถูกจัดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี ในปี พ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) จากนั้นมาทั้งสองก็มิเคยอยู่ห่างกันอีกเลย หลังจากที่พระเจ้าชาห์ ชหาน ขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2171 พระองค์มอบความไว้วางใจแก่ อรชุมันท์ พานุ เพคุม และเรียกนางว่า "มุมตัซ มาฮาล" ซึ่งมีความหมายว่า อัญมณีแห่งราชวัง พระมเหสีติดตามพระองค์ไปทุกหนทุกแห่งเลยค่ะ แม้แต่ในสนามรบ และทรงคอยแนะนำพระองค์ในเรื่องราชการของประเทศ และพระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระมเหสียิ่งนัก ครั้นในปี พ.ศ. 2174 (ค.ศ. 1631) พระมเหสีมุมตัซสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีทำให้พระเจ้าชาห์ ชหานโศกเศร้าอยู่ถึงสองทศวรรษ พระองค์จึงสั่งให้มีการสร้างทัชมาฮาลขึ้น โดยกินเวลาในการสร้างถึง 22 ปีเลยทีเดียวค่ะ ทั้งนี้ทำให้ราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปเพื่อการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์ รวมถึงแรงงานของผู้คนที่มากมายไปกว่า 20,000 คนอีกด้วย และต่อมาพระโอรส "โอรังเซบ" ก็ทนเห็นพระราชบิดาใช้ราชสมบัติทั้งหมดเพื่อการสร้างทัชมาฮาลไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ราชวงศ์เกิดความไม่มั่นคงค่ะ อีกทั้งพระราชบิดายังมีแต่ความโศกเศร้า ไม่เป็นอันทำอะไร พระโอรสจึงจับพระเจ้าชาห์ ชหาน ขังที่ป้อมเมืองอัครา ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำกับทัชมาฮาล และขึ้นครองราชบัลลังก์แทนค่ะ โดยพระองค์ถูกขังถึง 8 ปี และในทุกๆวันตลอดระยะเวลา 8 ปีนั้น พระองค์ได้ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนอยู่กับการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล จนกระทั่งพระองค์สิ้นพระชนม์ ในพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังคงถือกระจกที่พระองค์ใช้มองทัชมาฮาล..

ทัชมาฮาล นอกจากจะเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่จักรพรรดิชาห์ ชหาน ทรงมีต่อพระนางมุมตัซ มาฮาล ก็ยังเป็นสถานที่ที่มีความโศกเศร้าอีกด้วยนะคะ เพราะความรักของทั้ง 2 พระองค์ช่างงดงามและยิ่งใหญ่มากเหลือเกินค่ะ ทัชมาฮาลมีประตูทางเข้าขนาดใหญ่ ที่ทำด้วยหินทรายสีแดง ขอบประตูทางเข้าทั้งด้านนอกและด้านในมีตัวอักษรจากภาษาโกรานจารึกไว้ ตัวหนังสือเหล่านี้เป็นบทสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ผู้จารึกได้คำนวณขนาดของตัวอักษรที่ขอบประตูให้มีความสูงต่างกันเพื่อทำให้ผู้อ่านไม่ว่าจะยืนอยู่มุมใดก็สามารถมองเห็นตัวอักษรเหล่านี้ มีขนาดเท่ากันและเห็นได้ชัดเจน โห...เก่งมากๆเลยนะคะ และเมื่อได้รู้ว่าถูกทำขึ้นในสมัยก่อนด้วย ยอมรับเลยค่ะว่าความรู้ และภูมิปัญญาของคนในสมัยนั้นสุดยอดจริงๆค่ะ และเมื่อเข้าไปตัวอาคารของทัชมาฮาล ก็จะพบกับการแกะสลักลวดลายดอกไม้นานาชนิด ผนังห้องและพื้นห้องก็มีการตกแต่งโดยใช้หินสีชนิดต่างๆ ทำเป็นรูปดอกไม้ โดยองค์ประกอบครบถ้วนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น กลีบดอกไม้ ใบไม้ ก้านดอก แล้วฝังลงหินอ่อนโดยไล่โทนสีหินจากอ่อนไปยังแก่ อลังการมากๆเลย แล้วยิ่งเวลาเมื่อถูกแสงไฟตกกระทบนะคะ บอกเลยค่ะว่าสวยงามมากจริงๆ ภายในอาคารทัชมาฮาล ตรงกลางมีหีบพระศพจำลองของพระนางมุมตาสกับหีบพระศพของพระเจ้าชาห์ชาฮันวางคู่กันค่ะ หลุมพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมรา และเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ซึ่งได้เป็นที่ยอมรับค่ะว่ามีสัดส่วนที่วิจิตร และงดงามที่สุดอีกด้วยค่ะ

และนอกจากทัชมาฮาลนะคะ ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกันและมีความสำคัญไม่แพ้กันค่ะ นั่นก็คือ "ป้อมอัครา" (Agra Fort) ..ใช่แล้วค่ะ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นนะคะว่าที่นี่เป็นที่คุมขังและเป็นที่ที่สิ้นพระชนม์ของพระเจ้าชาห์ ชหานค่ะ ป้อมอัคราแห่งนี้ก็มีความสวยงามยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันค่ะ และที่สำคัญป้อมอัคราแห่งนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งด้วยค่ะ ปรบมือรัวๆ!!!  ป้อมอัคราหรือพระราชวังอัครา ซึ่งมีป้อมล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ได้ถูกบันทึกว่ามีมาตั้งแต่ ค.ศ.1080 แล้ว ต่อมากษัตริย์อักบาร์ได้ทำการปฏิสังขรณ์และตกแต่งใหม่ด้วยหินทรายและศิลาสีแดงในปี ค.ศ.1565 ลักษณะของป้อมเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่โค้งแม่น้ำยมุนา ซึ่งถือเป็นมุมที่มองเห็นทัชมาฮาลได้สวยที่สุดก็ว่าได้เลยค่ะ


ต่อมาค่ะ เรามารู้จักกับนครสีชมพู "เมืองชัยปุระ" กันค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความจักกับ เมืองชัยปุระ กันก่อนเลยค่ะว่าทำไม เค้าถึงเรียกกันว่า นครสีชมพู...

เมืองชัยปุระ ซึ่งมีความหมายว่า นครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ รัฐราชสถานได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink city) โดยที่มาของเมืองสีชมพูก็เนื่องจากในปีค.ศ. 1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อแสดงถึงไมตรีจิตต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษ ซึ่งภายหลังคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward Vll) แห่งสหราชอาณาจักรและต่อมารัฐบาลอินเดียก็ยังออกกฎหมายควบคุมให้สิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่าต้องทาสีชมพูเช่นเดิม จนกลายเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาและทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ต่างพากันเดินทางมายังเมืองชัยปุระอย่างไม่ขาดสายเลยค่ะ เอาล่ะมาดูกันว่าเมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอะไรกันบ้าง..

พระราชวังซิตี้พาเลซ (City Palace) สร้างขึ้นในสมัยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 ค่ะ และมีสถาปัตยกรรมจึงมีการผสมผสนระหว่างแบบราชปุตกับโมกุล สวยงามมากๆเลยค่ะ


หอดูดาวจันตาร์มันตาร์ (Jantar Mantar) ที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญของเมืองชัยปุระเลยนะคะ ทั้งนี้ยังได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วยค่ะ สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ค่ะ พระองค์ทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์มากค่ะ โดยการสร้างหอดูดาวจันตาร์มันตาร์นี้ ถูกสร้างมาพร้อมๆกับกระราชวังซิตี้พาเลซค่ะ ที่แห่งนี้ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากในสมัยโบราณมากเลยนะคะ เพราะว่าพวกเค้าใช้คำนวณฤกษ์เวลาสำหรับการออกรบค่ะ


พระตำหนักมูบารักมาฮาล (Mubarak Mahal) หรือ เวลคัมพาเลซ (Welcome Palace) ถูกสร้างในปี ค.ศ.1899 เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมืองค่ะ ที่นี่มีความโดดเด่นตรงที่มีการแกะสลักเสาหินอ่อนและมีประตูที่ทำแบบเท่ากันทุกสัดส่วนค่ะ โดยตัวอาคารเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุต อิสลาม และอังกฤษค่ะ ปัจจุบันนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องแต่งกายของมหาราชา และมหาราชินีในแต่ละยุคค่ะ นอกจากนี้ยังมีพวกข้าวของเครื่องใช้ในวังในสมัยก่อนจัดโชว์อีกด้วยค่ะ ถ้าใครอยากจะรู้ว่าคนในสมัยก่อนของเมืองนี้ เค้าแต่งตัวกันยังไงล่ะก็..ต้องมาชมให้ได้เลยนะคะ


ป้อมไจการห์ (Jaigarh Fort) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1726 ในสมัยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 เพื่อคุ้มกันเมืองแอมแมร์จากผู้รุกรานค่ะ และด้านบนค่ะก็ยังมีปืนใหญ่ (Cannon) ชื่อว่าจัยแวน (Jai Van) ที่มีน้ำหนักถึง 50 ตัน โดยเชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีวัดและพระราชวังเก่าอายุราว 200 ปี ตั้งอยู่อีกด้วย


ป้อมนราห์การห์ (Nahargarh Fort) หรือรู้จักกันในชื่อ ป้อมไทเกอร์ (Tiger Fort) สร้างในปี ค.ศ. 1734 ในสมัยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 เพื่อช่วยปกป้องเมืองชัยปุระอีกด้านหนึ่งค่ะ และป้อมแห่งนี้ก็ยังสามารถมองเห็นใจกลางเมืองชัยปุระอีกด้วยค่ะ


อนุสรห์สถานมหาราชาแห่งชัยปุระ (Royal Gaitor) สร้างขึ้นในบริเวณที่ถวายเพลิงพระศพของมหาราชาแห่งชัยปุระ เพื่อรำลึกถึงอดีตมหาราชาที่เคยปกครองเมืองชัยปุระ อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปโดมแบบฮินดูสไตล์ของราชปุต มีความละเอียดและงดงามเป็นอย่างมากเลยค่ะ


อิซร์ลัต (Isar Lat) หรือเรียกว่า สวาร์กาสูลี (Swargasuli) เป็นหอคอยสูงที่มีสีเหลืองนวล ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองชัยปุระอีกด้วยค่ะ


เบียร์ล่ามันเดียร์ (Birla Mandir) หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดลักษมีนารายัน (Laxmi Narayan) เป็นวัดฮินดูที่มีสีขาวโดดเด่นมาก ที่นี่ถูกสร้างโดยมหาเศรษฐีชาวอินเดียค่ะ


อัลเบิร์ตฮอลล์ (Albert Hall) หรือพิพิธภัณฑ์กลางของเมืองชัยปุระ ที่สร้างตามสถาปัตยกรรมของอังกฤษ โดยด้านในจะจัดแสดงวิถึชีวิตของชนกลุ่มน้อยในราชสถานค่ะ และยังมีห้องสมุด และภาพวาดแบบย่อส่วน (Miniature Painting) ในสมัยของโมกถลให้เราได้ชมกันด้วย


รัมบักห์พาเลซ (Rambagh Palace) ที่แห่งนี้ก็เป็นพระราชวังอีกแห่งหนึ่งของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ ซึ่งในปัจจุบันถูกดัดแปลงให้กลายเป็นโรงแรมที่แพงที่สุดของชัยปุระค่ะ


เป็นยังไงบ้างคะกับสถานที่ยอดฮิตของอินเดียที่คุณไม่ควรพลาด ในตอนแรกคงจะคิดๆกันใช่มั้ยล่ะ..ว่าคงมีแค่ทัชมาฮาลเท่านั้น เพราะเมื่อพูดถึงอินเดีย ทุกคนก็จะคิดถึงแต่ทัชมาฮาล แต่ในวันนี้ Thaifly ได้มาแนะนำหลายสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับการมาเที่ยวอินเดีย มีอีกเยอะเลยใช่มั้ยคะที่ทุกคนยังไม่รู้จักกัน..
อินเดียไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่เป็นทางแสวงบุญเท่านั้นนะคะ เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่มีประวัติศาสตร์ และประวัติความเป็นมาที่มีความน่าสนใจอีกเยอะแยะเลยค่ะ..ถ้าอยากจะรู้ว่าที่นี่สวยงามมากแค่ไหน ต้องมากันให้ได้นะคะ Thaifly ยินดีให้บริการค่ะ

Last Update 07-05-2020 |  Read 7688 times | 

แชร์ไปยังเฟซบุ๊ก

ระวัง!! กลุ่มมิจฉาชีพขายทัวร์ และบริการอื่นๆ
โดยแอบอ้างใช้ชื่อบริษัท ไทยฟลาย ทราเวล จำกัด กรุณาชำระค่าบริการผ่านธนาคารชื่อบัญชี
"บริษัท ไทยฟลาย ทราเวล จำกัด" เท่านั้น
ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้ลูกค้าชำระเงินผ่านบัญชีในนามบุคคล
ชำระเงินแล้วกรุณาขอใบเสร็จด้วยทุกครั้ง เพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเอง
Thaifly Travel Co., Ltd
589/84 ชั้น 15 อาคารเซ็นทรัลซิตี้ บางนา ถ.บางนาตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
Tel. (02-004-3999), Fax. (02-745-7322)
T.A.T. Licence No. 11/05301  | Copyright © 1999 - 2020 Thaifly.com. All rights reserved.