ข้อมูลเที่ยวอินโดนีเซีย : สุราบายา (Surabaya)

ข้อมูลเที่ยวอินโดนีเซีย : สุราบายา (Surabaya)

อินโดนีเซียเมืองแห่งวัฒนธรรมอันยาวนาน เป็นประเทศที่มีภูเขาสูงอยู่ตามเกาะต่าง ๆ โดยทั่วไปเทือกเขาที่มีความสูงมาก ตามบริเวณเขามักมีภูเขาไฟ และมีที่ราบรอบเทือกเขา หากมาถึงอินโดแล้วไม่ได้มาสัมผัสภูเขาไฟ 
และเสพย์วัฒนธรรม แล้วก็เหมือนกับว่ามาไม่ถึงอินโดนีเซีย แต่ด้วยระยะเวลาอันจำกัด จึงอยากจะแนะนำเมืองแห่ง ธรรมชาติ วัฒนธรรมและวีระชน นามว่าเมือง สุราบายาเมืองสุราบายา เป็นเมืองที่มีความสำคัญสูงสุด คู่กับเมือง จาร์กาต้า เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ประกอบด้วย คนหลายเชื้อชาติ หลากหลายศาสนา และวัฒนธรรม แต่ทว่าห่างออกไปนอกเมือง ไปสมมุติว่าตัวเองเป็นนักโบราณคดีกับการเดินทางออกจากสุราบายา ตรงดิ่งผ่านเมือง Modjokerto โผล่มาถึงเมืองเล็กๆริมทางชื่อว่า โทรวูลัน “Trowulan” ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของราชธานีแห่งอาณาจักรมัชปาหิต (Majapahit Empire)อาณาจักรฮินดูที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 700 ปีก่อน ภายหลังการล่มสลายของอาณาจักรสิงหาส่าหรี... เชื่อกันว่าราชธานีตั้งอยู่ตรงที่เป็นเมือง Trowulan ปัจจุบันนี้อาณาจักรมัชปาหิตมีอำนาจเกรียงไกรมาก ได้ปกครองดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล แต่ท้ายที่สุดอาณาจักรก็เสื่อมอำนาจลง ภายหลังความรุ่งเรืองของมะละกาขึ้นมาเจริญแทนที่ และอิทธิพลของศาสนาอิสลามที่แผ่เข้าสู่อินโดนีเซีย จนอารยธรรมฮินดูของมัชปาหิตต้องสูญสลายไปในที่สุดทุกวันนี้ ยังมีโบราณสถานหลงเหลือในเขตเมือง Trowulan ไม่มากนัก ที่เด่นๆก็คือ จันทิวะริงกินลาวังโบราณสถานสูงเด่นตระหง่านอยู่กลางทุ่งนา, จันทิติกุส สระน้ำของพระราชาแห่งมัชปาหิต... ผลจากสงครามระหว่างอาณาจักรต่างๆ และความเสื่อมสลายตามกาลเวลาทำให้เหลือแค่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน...แต่สิ่งที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้ ก็บ่งบอกถึงร่องรอยอดีตอันรุ่งเรืองของมัชปาหิตได้ดี หรือจะเอาแบบรวบรัดคงต้องเป็นที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (Museum Purbakala) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง

 

เสน่ห์อีกอย่างของสุราบายาคือภูเขาไฟโบรโมหนึ่งในภูเขาไฟหลายๆ ลูกของเทือกเขา Tenggerที่ยังมีชีวิต เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ที่มาดื่มด่ำบรรยากาศ และสัมผัส ความงามของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถเข้าไปถึงปากปล่องภูเขาไฟโบรโมได้ง่ายที่สุดกว่าภูเขาไฟลูกใกล้เคียงอื่นๆ เนื่องจากเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ จึงมีควันครุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ได้รับสมยานามว่า "ลมหายใจเทพเจ้า" กลุ่มควันจากภูเขาไฟโบรโมที่ล่องลอยจากปล่องที่เป็นแอ่งกว้างคล้ายหลุม กลายเป็นภาพประกอบด้านหลังให้กับ ภูเขาไฟบาตอกที่มีรูปทรงสมส่วน มีรอยจีบย่นรอบ ๆ อันเกิดจากลาวาที่ไหลออกมายามปะทุระเบิด ทำให้แปลกตากว่าภูเขาทั่วไปมีสีเขียวอ่อนที่เกิดจากพันธุ์ไม้ที่ขึ้นปกคลุม ทำให้ภูเขาไฟบาตอกดูมีชีวิตชีวา อ่อนเยาว์ท่ามกลางความหม่นเทาของผืนทรายและกลุ่มควันด้านหน้าบริเวณตีนภูเขาไฟโบรโมวัดฮินดูสีเข้มตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ขับเน้นให้ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคล้ายดินแดนแห่งเทพเจ้าทัศนียภาพปากปล่องภูเขาไฟที่คุกรุ่นของโบรโมยามรุ่งอรุณ สวยงามปานดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ ยอดเขาที่อยู่ไกลสุดคือ กูนุง ซูเมรุยอดเขาสูงสุดของอินโดนีเซียเป็นฉากหลัง

 

เหตุผลที่คนทั่วโลกเลือกมาเยือนที่นี่ ไม่ใช่เพราะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ไม่ใช่เพราะรูปสวยทรงเสน่ห์ ไม่ใช่เพราะยิ่งใหญ่ไกลกันดาร…หากแต่เพราะ “มาถึง” และ “สัมผัสได้”การมาสัมผัสลมหายใจแห่งเทพเจ้าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาช้านาน และอดีตของประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง ทำให้ อินโดนีเซีย ยังคงเป็นมนต์เสน่ห์แห่งเอเชีย เป็นแรงดึงดูดให้คนจากทุกที่ทุกมุมโลกได้มาสัมผัส และประทับใจกับรอยยิ้ม ความน่ารักทางวัฒนธรรม ที่ซึ่งมีอยู่จริง ไปได้ และสัมผัสได้จริงๆ

Last Update 08-11-2014 |  Read 9327 times | 

แชร์ไปยังเฟซบุ๊ก