Departing From (ออกเดินทางจาก)    TH | EN   
 
AddThis Social Bookmark Button

   ทัวร์ แก่งหินเพิง

รายละเอียด  

ฝนนี้ที่แก่งหินเพิง ... โดย Thundercat

เที่ยวหน้าฝน ---> ล่องแก่ง ---> แก่งหินเพิง is your choice!!

และแล้วเช้าวันเดินทางก็มาถึง  (24 สิงหาคม 45) หลังจากสรรหาสถานที่เที่ยวในช่วงหน้าฝนมานาน  ก๊วนเราก็ตกลงใจไปล่องแก่งที่แก่งหินเพิง ปราจีนบุรี  กว่าจะรวบรวมสมัครพรรคพวกครบทั้ง 11 คน ก็เกือบๆ 9 โมงเช้า  รถตู้ก็เริ่มเคลื่อนออกจากปั๊ม ปตท. สำนักงานใหญ่ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต   ตลอดการเดินทาง ฝนก็ตกพรำๆเป็นที่น่าหวาดเสียวว่า trip นี้จะได้ล่องแก่งมั๊ยเนี่ย...  ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เราก็มาถึงสวนวนารมย์ที่พัก  พวกเราเลือก package นอนเต้นท์เพราะต้องการบรรยากาศลุยๆ (เป็นการพูดให้เท่ห์ ความจริงเบี้ยน้อยหอยน้อย)

พวกเรามาถึงกันเป็นกลุ่มแรก เต้นท์กางไว้เรียบร้อยที่ริมน้ำ  ซึ่งเป็นการ request ของข้าพเจ้าเอง ทาง resort บอกว่าจะมีมาอีกกลุ่มใหญ่ประมาณ 60-70 คน เลยบอกให้พวกเรารีบกินข้าวเที่ยงเพื่อจะได้ล่องก่อน  พวกเราจัดการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวพร้อมลุยแล้วก็มากันที่โรงทาน เอ๊ะ เรียกโรงอาหารดีกว่า ความจริงแล้วที่นี่มีสถานที่จัดเที่ยวล่องแก่งมากมาย เรียกเป็นสวนนั่น สวนนี่ จากการสอบถามภายหลังถึงรู้ว่าส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ แต่มาจัดเที่ยวล่องแก่ง มีที่พักและบริการเรือยางทีหลังเลยยังคงเรียกเป็นสวนอยู่  อย่างสวนที่เรามาพักชื่อสวนวนารมย์เป็นอาทิ    ระหว่างนี้ทางสวนเอารูปตอนที่ล่องแก่งมาให้ดู เห็นแล้วน่าตื่นตามาก และเค้าก็มีบริการถ่ายรูปตอนที่พวกเราล่องแก่งด้วย  สนนราคา 10 รูป 600 บาท  ซึ่งก็ค่อนข้างแพงแต่เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพวกดาราหน้ากล้องเลยตกลง ก็ยังดีที่เราจะได้ฟิล์มมาด้วย

 

ความมันส์กำลังจะเริ่มต้น!

 

หลังอาหารเที่ยงพวกเราก็เริ่มออกเดินทางด้วยรถโฟว์วิวของทางสวน ข้าพเจ้าเลือกนั่งหน้ากะพรรคพวกอีก 3 คนเพราะกลัวตัวจะดำก่อนเวลาอันควร  ถึงตอนนี้ฟ้าฝนค่อนข้างแปรปรวน เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวดูครึ้มๆฝน   พวกเราถามโน่นถามนี่กับพี่มิ๊งที่เป็นสารถีไปเรื่อย แป๊บเดียวเราก็มาถึงจุดที่จะต้องเดินเท้าเข้าไป  หลังจากได้รับแจกชูชีพ หมวกกันน๊อก และไม้พาย พี่มิ๊งบอกให้พวกเราเดินตามน้องคนนึงเข้าไปในป่าอีกประมาณ 3 กม. ตรงจุดที่จะเริ่มล่อง  ทางที่เราเดินก็ขนานกับลำน้ำใสใหญ่ที่เราจะต้องล่องนี่แหล่ะ  วินาทีที่เห็นน้ำทีแรก  วาวว  น้ำสีเขียวสวยไหลเชี่ยวกราก กระทบแก่งหินน่าตื่นตามาก  เค้าถึงว่าฤดูฝนเหมาะแก่การล่องแก่งเพราะน้ำเต็ม น่าลงไปผจญภัยยิ่ง    พวกเราเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ยินเสียงกรี๊ดมาจากล้ำน้ำเป็นระยะ ทำให้อยากไปถึงที่หมายเร็วขึ้น  เราเดินขนานไปกับลำน้ำก็จริงแต่ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเต็ม ทำให้ไม่สามารถมองเห็นแม่น้ำได้ตลอด  มีกลุ่มคนเดินไปพร้อมพวกเราเยอะเหมือนกัน  หลังจาก เดิน เดิน เดิน กันไปพอให้เหนื่อย (ระหว่างนี้มีฝนตกนิดๆ)  เราก็มาถึงจุดล่องจนได้ ถึงตอนนี้อากาศเป็นใจให้พวกเราเป็นอย่างยิ่ง ฝนขาดเม็ด แถมแดดไม่มีอีก หลังจากลงเรือยางที่เค้าจัดไว้ให้ พร้อมรับฟังบรรยายว่าด้วยการล่องแก่งที่ถูกวิธีตลอดจนวิธีปฏิบัติตัวต่างๆ จบ course  ก็ถึงเวลาแห่งความมันส์ที่รอคอย 

 

บรรยายไม่ถูก ดูรูปดีกว่า#1

 

เรือยางก็เริ่มออกไปผจญแก่งน้ำต่างๆ พี่ที่บังคับหัวและท้ายเรือจะคอยบอกให้พวกเราเก็บพายตอนที่เจอแก่งน้ำเชี่ยว กับบอกให้พายอย่างไรบ้าง พวกเรากรี๊ดกันเสียงแหบเสียงแห้ง สนุกสนานกับการทรงตัวบนเรือรับการกระแทกจากแก่งหินต่างๆยิ่งนัก พี่ที่หัวเรือเพิ่งมาบอกว่าตากล้องจะอยู่ซ้ายมือ พลาดไปซะแล้วเราดันนั่งอยู่ตรงกลางเรือเลย คนที่นั่งกราบซ้ายกิ๊วก๊าวกันใหญ่ (บอกแล้วว่าก๊วนนี้บ้ากล้อง) นั่นไง ตากล้องยืนดักอยู่ตรงแก่งน้ำด้านหน้าแล้ว ตอนนี้แต่ละคนไม่สนใจจะพายเรือ หรือว่ามองแก่งที่เราจะผจญภัยข้างหน้าแล้ว โบกไม้โบกมือสู้กล้องกันเป็นการใหญ่ (ต่อมาตอนได้รูปในวันรุ่งขึ้นถึงรู้ว่า โบกมือบังกันเองซะเยอะเลย)พวกเรามองกล้องกันจนหยดสุดท้ายก่อนเรือจะเคลื่อนผ่านไป ส่วนตอนที่มันส์ที่สุดคือเค้าจะปล่อยให้เราล่องน้ำโดยใช้ตัวล่องไปตามลำน้ำเอง น้ำในตอนนี้จะเชี่ยวปานกลางและสองฝั่งจะอยู่ใกล้กันมาก พวกเราเลี้ยงตัวไปกับกระแสน้ำโดยยกขาขึ้นมาขนานกับน้ำตามคำแนะนำ ความรู้สึกเหมือนเล่นสไลเดอร์เลย แต่เป็นสไลเดอร์ธรรมชาติ ซึ่งให้อารมณ์กว่ากัน พอมาคุยกันตอนหลังปรากฏว่าชอบตอนนี้กันที่สุดทุกคนเลย เพราะเราได้สัมผัสกับสายน้ำโดยตรง มันส์กว่าตอนนั่งเรือไปอีกแบบ

 

บรรยายไม่ถูก ดูรูปดีกว่า#2

 

เนื่องจากสวนที่เราพักอยู่ห่างจากจุดเริ่มล่องเป็นระยะประมาณ 6 กม. เราเลยต้องล่องน้ำกันนานหน่อยหลังจากหมดแก่งต่างๆแล้ว ถึงตอนนี้ก็มีเวลาชมธรรมชาติข้างทางอันเขียวขจี ต้องยอมรับจริงๆ ว่าสวยมากกก มองแล้วรู้สึกมีความสุขคุ้มจริงๆ ถึงจะไม่มีกล้องมาถ่ายเก็บไว้ แต่เชื่อว่าคงไม่สามารถถ่ายทอดความสวยงามนี้ได้ดีไปกว่ากล้องแห่งความทรงจำ ที่ได้จารึกภาพเหล่านี้ไว้ด้วยความประทับใจแล้ว พวกเราร้องเพลงกันไป คุยกันไป ถามปัญหาอะไรเอ่ย แซวโน่น แซวนี่เป็นที่สนุกสนาน เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนๆ ที่จบมาจากสถาบันเดียวกัน แล้วก็มีเพื่อนที่ทำงานของแต่ละคนมาแจมด้วยบ้าง จนมาถึงตลิ่งของสวนวนารมย์ (ที่เห็นเต้นท์ของพวกเรากางเด่นเป็นสง่าอยู่ริมน้ำ) ถ่ายรูปกันที่เรือยางเป็นที่ระลึกอีกเล็กน้อย ก็ทยอยกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังอาบน้ำเสร็จหิวมากก ทั้งที่เพิ่งจะ 4-5โมงเอง ขนมที่ซื้อตุนไว้เป็นประโยชน์ตอนนี้เอง กินกันกระจายเลย แล้วก็นั่งคุยกัน เปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วย รออาหารเย็น

ส่วนใหญ่ก็เม้าท์กันถึงประสบการณ์การทำงาน แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน เฮฮากันพักใหญ่ พี่ที่สวนก็มาตามไปทานข้าวเย็น ซึ่งเจริญอาหารกันเป็นพิเศษ แต่ข้าพเจ้าซัดขนมซะเยอะเลยกินข้าวได้เยอะน้อยหน่อย (โปรดสังเกตุว่ายังมีคำว่าเยอะอยู่ดี)

 

Bar-B-Q ร้อนๆจ้า

 

ส่วนตอนค่ำเรามีโปรแกรมพิเศษปิ้งบาร์บีคิวกินกัน (เรื่องกินอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม) พี่ที่สวนมาก่อแค้มป์ไฟให้และก็เตรียมเตาบาร์บีคิวให้เรา ตรงบริเวณเต้นท์นั่นเอง ตอนนี้ก็สนุกไปอีกแบบเพราะแต่ละคนงัดวิชาลูกเสือออกมาเต็มที่ ช่วยๆกันก่อไฟที่เตาบาร์บีคิว พัดกันจนลิ้นห้อย เอาหมู หมา กา ไก่ ลูกชิ้นที่ช่วยกันเสียบไม้ไว้ลงย่าง กุ้ง ปลาหมึกไม่มีนะคะ มันไม่อร่อย (ความจริงมันแพง ฮิฮิ) ทีแรกมันไม่ค่อยสุกทันใจ แร้งแถวนี้ก็เยอะ พอสุกเอาขึ้นไม้นึง พรึ่บหาย พรึ่บหาย เกลี่ยไฟแบบมีพัฒนาการเรียนรู้ไปด้วยจนไฟตอนนี้ย่างแป๊บๆก็พร้อมกิน ทีนี้เลยได้จานใหญ่เลย ปิ้งเอง กินเอง กันเป็นที่สนุกสนานเลยรู้สึกอร่อยกว่าที่ใดในโลก เราเปิดเพลงฟังจากวิทยุที่เอาติดไปด้วยคลอตลอด เพราะไม่ได้เอากีต้าไป (คนที่เล่นเป็นมันขี้เกียจค่ะ)เสียงเพลงนี่เป็นสิ่งจรรโลงบรรยากาศจริงๆ ก็สนุกแบบวิทยุๆ กันไปแทนกีต้า หลังจากนั่งเล่นไพ่ slave กันไปจนง่วง ก็ทยอยเข้านอน อากาศค่อนข้างร้อนในเต้นท์แต่ก็ไม่สามารถมาหยุดให้ข้าพเจ้านอนไม่หลับได้

 

good bye~

 

ตื่นกันค่อนข้างเช้าตั้งแต่ 7 โมงเพราะอากาศภายในเต้นท์ไม่เป็นใจให้เรามากนัก ก็เลยลุกไปอาบน้ำกัน เพิ่งมาคุยกะเพื่อนๆว่าบางคนนอนไม่หลับเลยเพราะร้อนบ้าง ไม่คุ้นที่บ้าง แต่อะฮั้นหลับตลอดไม่รู้สึกตัวเลย พอซัก 8 โมงกว่าๆ เราก็ไปกินข้าวเช้า ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปแถวๆ เต้นท์ก่อนเพราะบรรยากาศริมน้ำยามเช้าสวยยั่วยวนเหลือเกิน โดยมากมีแต่ดาราหญิงที่ถ่ายรูปกันใหญ่ ฝ่ายชายมาแจมนิดหน่อย พอทานอาหารเช้าอันเป็นข้าวต้มเสร็จ ข้าพเจ้าก็กลั้วด้วยกาแฟเล็กน้อย แล้วพวกเราก็อำลาสวนวนารมย์ แวะที่สวนนงนุช ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากเพราะแต่ละกิจกรรมเก็บเงินค่อนข้างแพง แต่ก็เที่ยวๆ ชมสวนที่เค้าจัดไว้สวยซักพักก็ไปแวะที่น้ำตกตะคร้อได้ครู่เดียว  ฝนก็ตกห่าใหญ่เลยออกเดินทางกลับกันเลย

แวะซื้อของฝากที่ตลาดอีกนิดหน่อย ซึ่งรู้สึกว่าของฝากแต่ละจังหวัดทั่วประเทศมันจะเหมือนๆ กันไปหมด ที่โดดเด่นหน่อยคงเป็นหน่อไม้ที่วางขายเยอะมาก ก็ซื้อของกันติดไม้ติดมือกลับบ้านกันพอสมควร ฝนตกตลอดจนถึงกรุงเทพประมาณ 6 โมงเย็น นับว่าคุ้มค่าจริงๆ กับการเดินทางไปล่องแก่งที่นี่ เพราะไม่ไกลจากกรุงเทพ เดินทางไม่เหนื่อยเลย แถมยังสนุกเร้าใจ ป่าไม้ก็สวยงามขจี เลยต้องมาเล่าสู่กันฟังนี่แหล่ะค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง (แต่ฟังอุตุดีๆก่อนนะคะ) good luck! ;)

เรื่องเล่าทั้งหมด »

แพ็คเกจทัวร์ ล่องแก่งหินเพิง

แพ็คเกจ ทัวร์ในประเทศไทย ทั้งหมด »

ช่วยเหลือ

ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ของเรา
or e-mail us at info@thaifly.com หรือ (02) 713-8992



Rate this page  
 

• คุณพอใจคุณภาพของหน้านี้มากน้อยเพียงใด?

 
     Poor   Fair   Good    Very Good   Excellent  
 

• กรุณาให้ความเห็นเพิ่มเติม (optional):

 
   
 

• ชื่อ (optional) :   • อีเมลล์ (optional) :

 


 

ThaiFly.com is a secure site that respects your privacy. Please read Terms of service/ user agreement before using our service.
T.A.T. Licence No. 11/5301
© 2001- 2008 Thaifly.com. All rights reserved.